จะทำซีรีย์ซับไทยทุกเรื่องที่ทำได้แล้วให้โหลดเก็บค่าสมาชิก ท่านใดสนใจเชิญลงชื่อครับ
#1
Posted 27 January 2012 - 07:27 PM
และเครื่องเล่น hdd ซึ่งเราสามารถโหลดมาแล้วก็นำมาดูที่ทีวีได้เลยราคาพอเหมาะก็มีขายแล้ว ถ้าต่อไปผมจะเปิดเป็น
เวปบิท แล้วทำออกทุกเรื่องเท่าที่สามารถจะทำได้เหมือนเมื่อก่อน คิดว่าอย่างต่ำก็สักอาทิตย์ละ 20 ตอน ประมาณปีละ
900 ตอน แล้วเก็บสมาชิกรายปีประมาณปีละ 3000 บาท (จะตกเฉลี่ย 3 บาทต่อตอน) จะสนใจ
กันมั๊ยครับ โครงการนี้จะทำก็เมื่อมีคนมาลงชื่อครบ 600 คน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hoheho.ne...?showtopic=1114
FAQ
Q: มีแบบรายเดือนมั๊ย
A: จริงๆ ก็อยากทำนะครับ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ถ้าเดือนไหนผมติดธุระอย่างอื่น แล้วทำออกมาได้น้อย มันจะไม่คุ้มสำหรับสมาชิกรายเดือนครับ และอีกอย่างซีรีย์ฉายกว่าจะจบก็เกือบปีครับ จ่ายรายปีจะทำให้งานทำออกมาได้จนจบ ผมไม่ต้องมากังวลว่าเดือนต่อไปยอดสมาชิกจะคุ้มพอค่าแปลมั๊ย
Q: จะทำไฟล์แบบไหน
A: ที่ตั้งใจไว้คือตัวหลักจะเป็น HDTV ที่เป็นไฟล์ mkv ฝังซับไทย เพราะขนาดไฟล์เล็กกว่าดีวีดี ทำให้โหลดเสร็จได้เร็ว และแบบบลูเรย์มาสเตอร์ หรือดีวีดีมาสเตอร์ เฉพาะเรื่องที่น่าสนใจ และเรื่องที่สมาชิกขอให้ทำ
Q: ใน 1 ปี จะทำทั้งหมดกี่เรื่อง
A: จะพยายามทำออกทุกเรื่องที่สามารถทำได้ รับประกันว่าจะทำออกให้ได้อย่างน้อย 900 ตอน ต่อปี
Q: มีซีรีย์สัญชาติไหนบ้าง
A: โดยหลักๆ ก็จะเป็นอเมริกา อังกฤษ, ส่วนญี่ปุ่นต้องขอดูเป็นเรื่องๆ ไปนะครับ เพราะไม่ค่อยสันทัดครับ, เกาหลี จีน ไต้หวัน อนิเมะญี่ปุ่น คงไม่มีครับ เพราะไม่ได้ตามพวกนี้เลยครับ แต่หากในอนาคตสมาชิกเยอะขึ้น ผมก็อาจจะไปซื้อสิทธิ์ของนักโม เกาหลี จีน ไต้หวัน อนิเมะญี่ปุ่น มาปล่อยให้ครับ ถ้าเขายอมขายงานนะครับ
Q: ทำไมต้องรอสมาชิกตั้ง 600 คน ถึงจะเปิด
A: เพราะต้นทุนในการทำสำหรับค่าสมาชิกรายปี 3000 บาท ต้องใช้จำนวนสมาชิกขนาดนั้นครับ โดยอิงจากตอนที่ยังทำทุกเรื่อง
ผมต้องจ่ายค่าแปลเดือนนึง 6-7 หมื่นบาท และค่าจ้างน้องที่ช่วยทำ Timeline เมื่อเปิดเวปบิทต้องมีค่าใช้จ่ายคนดูแลเวป
ค่าเช่าโฮส ค่าเช่าโคโล เมื่อรวมทั้งปีก็เป็นเงินเยอะอยู่ครับ
Q: ตั้ง 500 คน เงินเข้าเป็นล้าน จะหอบเงินหนีมั๊ย
A: อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ทุกท่านนะครับ ว่าจะเชื่อใจผมมากแค่ไหน แต่ผมทำตรงนี้มาเป็นสิบปี ไม่เคยมีประวัติโกงใคร
ทำ อะไรโปร่งใสตลอด ดังนั้นถ้าท่านไหนไม่แน่ใจถึงเวลาเปิดโอนก็อย่าโอนครับ และอีกอย่างผมมองว่าคนที่มีคนไว้ใจโอนเงินมาให้เป็นล้านแล้วไปโกงเขา ผมว่าเป็นคนโง่นะครับ ก็เพราะ ถ้าทำดีต่อไปเรื่อยๆ ก็มีเงินเข้ามาทุกปี แล้วจะไปโกงทำไมครับ ผมทำต่อไปเรื่อยๆ ผมก็ได้ดูซีรีย์ที่อยากดูทุกเรื่องอีกต่างหาก
ท่านใดสนใจลง ชื่อ พร้อมแจ้งเมลล์ไว้ครับ เมื่อคนลงชื่อถึง 600 คนก็จะเปิดให้โอนเงิน เมื่อคนโอนครบ 500 คนก็จะเปิดเวปครับ ดังนั้นคนมาลงชื่อขอคนที่ต้องการจริงๆ นะครับ
มีอะไรสงสัย สอบถามกันมาได้เลย หรือมีข้อแนะนำอะไรก็เสนอมาได้เลยนะครับ
ถ้า โครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริงสำหรับ ท่านที่กำลังมองหา hdd player อยู่ ผมได้คุยกับคุณ Johnny ซึ่งเป็นลูกค้าซีรีย์ของผมและเขาก็ได้เปิดร้านขาย hdd player น่ะครับ ก็เลยขอให้เขาคิดราคาพิเศษให้สมาชิกทุกท่านครับ
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเรื่อง hdd player ได้ที่ http://goo.gl/Ok02X
#5
Posted 31 January 2012 - 02:59 PM
ห้ามหัวเราะขำเด๊อ ป้าเข้าไปดู hdd player ในเว็บที่คุณลิงค์คุณจอห์นนี่ที่ให้แล้ว สงสัยว่า นอกจาก
1.มีเน็ต
2. มีคอมพ์ที่มีโปรแกรมโหลดบิทได้ แล้ว
3. ต้องซื้อเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมตัวไหนคะ แบบว่ามันต้องต่อเหมือนเจ้าDreambox หรือเปล่าคะ
ปกติถ้าป้าไม่มีเครือ่่งเล่น hdd ป้าโหลดหนังจากเนทมา ต้องการดุผ่านทีวี ป้าก็ต้องไรท์ลงแผ่นก่อน
แต่ถ้ามีตัวนี้ ป้าเอา hdd ที่โหลดหนังมาแล้วเอา hdd ตัวนั้นมาใส่ในเครื่องเล่น hdd ก็นำมาดุหนังได้เลยครับ
ส่วนใหญ่พวกเครื่องเล่น hdd มันจะรองรับไฟล์แทบทุกประเภทอยู่แล้ว
ส่วนจะเลือกรุ่นไหน ราคาไหน ก็ต้องดูว่าเราต้องการเล่นถึงระดับไหน มันมีตั้งแต่ราคา 2000 ถึงเป็นหมื่นบาท
ก็สอบถามกับเจ้าของร้านได้เลยครับ
#6
Posted 31 January 2012 - 04:28 PM
ปกติถ้าป้าไม่มีเครือ่่งเล่น hdd ป้าโหลดหนังจากเนทมา ต้องการดุผ่านทีวี ป้าก็ต้องไรท์ลงแผ่นก่อน
แต่ถ้ามีตัวนี้ ป้าเอา hdd ที่โหลดหนังมาแล้วเอา hdd ตัวนั้นมาใส่ในเครื่องเล่น hdd ก็นำมาดุหนังได้เลยครับ
ส่วนใหญ่พวกเครื่องเล่น hdd มันจะรองรับไฟล์แทบทุกประเภทอยู่แล้ว
ส่วนจะเลือกรุ่นไหน ราคาไหน ก็ต้องดูว่าเราต้องการเล่นถึงระดับไหน มันมีตั้งแต่ราคา 2000 ถึงเป็นหมื่นบาท
ก็สอบถามกับเจ้าของร้านได้เลยครับ
สรุปว่ามันเรียกว่า HD player ใช่มั้ยคะ พูดง่ายๆ คล้ายๆ กับเป็นตัวแทนของเครื่องเล่นดีวีดีหรือเปล่า
แต่ไม่ต้องใส่แผ่น ใช้โหลดภาพ เสัยง โดยต่อเข้ากับคอมพ์+เน็ต+ทีวี จะดูเรื่องไหน เวลาไหน ก็ได้
#8
Posted 31 January 2012 - 08:13 PM
1. TV ของผมยังเป็น ประเภท จอแก้ว ตัวใหญ่ ๆ มีแต่ช่อง dvd componant และ AV ขาวแดงเหลือง , Tv จอแก้วนี้สามารถใช้งานกับ HD player ได้หรือไม่ครับ และได้ภาพ และผลดี ผลเสียอย่างไร
ตอบ ใช้งานได้กับจอภาพทุกแบบ (TV จอแก้ว , LCD LED Plasma, แม้แต่จอคอมพิวเตอร์ (ที่มีช่อง DVI) แต่ต้องใช้สาย HDMI to DVI ด้วยน๊ะครับ)
ส่วนคุณภาพของภาพก็ขึ้นกับ เครื่องเล่น และจอ ก็คือ input กับ output รวมถึงสายที่เชื่อมต่อด้วยครับ
สำหรับจอแก้ว ก็ได้ความละเอียดไม่เกิน 480 เส้น คุณภาพก็ได้เท่านี้ แต่เครื่อง HD player ส่งสัญญาณได้ถึง 1080p หรือคิดง่ายความละเอียด 1080เส้น
ดังนั้นคุณใช้จอแก้ว ก็ต่อสาย component จาก player เข้า tv ก็ ok แล้วครับ
2. ผมไม่มีเครื่องเสียงใด ๆ ปกติเครื่องเล่น dvd ก็ต่อเข้า Tv เลย (อ่านเจอในบางกระทู้ พูดถึงว่า set Hd player
โยนเสียงหรือตัวแปลงเสียงอะไรสักอย่างให้ เครื่องเสียง อะไรปะมาณนั้น ไม่เข้าใจเหมือนกัน)
ตอบ เครื่องplayer ทุกรุ่นก็ต่อตรงเข้ากับ tv ได้เลยครับ คิดว่าเหมือนกับเครื่องเล่น DVD เหมือนกัน เสียก็จะออกจากลำโพงของ TV
สำหรับที่ถามว่าโยนเข้าเครื่องเสียงคือ เค้ามีชุดเีครื่องเสียงที่ไว้ถอดรหัสสัญญาณเสียงจาก player เพื่อให้ออกไปยังลำโพงที่ต่อเพิ่ม เป็น 5.1 or 7.1
ตามแต่เครื่องเสียงนั้นจะทำได้ แต่ source จากหนังต้องปล่อยสํญญาณเสียง 5.1 or 7.1 ด้วย
แต่ถ้าใช้ต่อตรงกับ TV ก็จะได้เสียงแค่ 2 ch สรุปว่าใช้งานได้ครับกับTV ปกติ
3. ภาพยนต์ หรือ เพลง ต่าง ๆ เอาจากไหนครับ ( เข้าใจว่า โหลดเอา หรือ ซื้อ hdd + copy ไฟล์หนังด้วย) มีทางไหน สะดวก ๆ อีกครับ
ตอบ หาคนรู้จักแล้ว copy ครับ ฟรีด้วย แต่แนะนำหน่อยว่า copy ข้อมูล 1TB ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.น๊ะครับ ถ้าให้ดี copy โดยผ่าน USB3 จะเร็วหน่อย
4. ภาพยนต์ หรือ เพลง ที่ออกมานั้น มีความใหม่ ขนาดไหนครับ อย่างเช่นหนังที่เข้าโรง กว่าจะออกมาเป็นไฟล์ ให้เราดู นานขนาดไหนครับ
ตอบ ถ้าจะเอา master ก็ 3-5 เดือน ขึ้นอยุ่กับเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่ถ้าเพลงไม่ต้องรอครับ แผ่นออกก็มี mp3 ขายกันแล้ว
5. ภาพยนต์ ที่พากษ์ภาษาไทย หรือ subtitleไทย นั้นต้องมาทำเอง ด้วยเหรอครับ
ตอบ ไม่ต้องทำครับ ยกเว้นว่างอยากได้แบบของเราเอง (หมายถึงมา modify เอง) ส่วนใหญ่เค้าจะใส่มาในเนื้อ file แล้ว พวก .mkv
หรือถ้าเป็น fullrip ก็จะมี sound/sub พร้อมอยู่แล้วครับ
6. ข้อดีข้อเสีย ประโยชน์ ของการใช้ Hd Player
ตอบ ข้อเสีย คือเสียตั้งซื้ออย่างเดียว และลำบากหาหนังหาเพลงมาใส่ และเครื่อง DVD ที่บ้านคงต้องเก็บเข้ากรุไปเลย
ข้อดีเยอะครับ
1. ไม่ต้องเสียเงินซื้อแผ่น เก็บข้อมูลดูจาก HDD เลย
2. ได้ภาพและเสียงคุณภาพสูง
3. บางรุ่นเล่น net ได้ พวก youtube
4. ไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนแผ่น
5. ใช้งานง่าย เหมือน folder ใน window
6. ฯลฯ อีกมากมาย ถ้าลองแล้วจะชอบ รับประกันเลย
ถ้ามีคำถามแล้วจะมาถามใหม่ค่ะ
#9
Posted 31 January 2012 - 10:43 PM
จากเว็บนี้ http://www.dplusmag....ray-player.html
งง บริโภคข้อมูลจากลูกพี่กูเกิ้ลเยอะไป รอผู้รู้จริงมาตอบหน่อยค่ะ
#12
Posted 30 March 2012 - 03:34 PM
ติดต่อซื้อของผ่านทางเว็บและอีเมล์ โอนเงินค่ำวันพุธที่ 28 มีนาคม ได้รับของตอนบ่ายวันศกร์ที่ 30 มีนาคม

จากนั้นจัดการต่อสายโดยพูดคุยกันทางโทรศัพท์กับลูกน้องเจ้าของร้านคือ คุณมุ่ย ก็ได้ดูหนังจากเครื่องเล่น hdd vivo legacy สมใจทุกประการ

ตอนแรกนึกว่ามันจะยากเย็นแสนเข็ญอะไร แค่นำสาย HDMI สีน้ำเงิน ต่อจากเครื่อง vivo เข้ากับช่องสายสัญญาณภาพแบบ HDMI ด้านข้างทีวีได้เลย ขั้นต่อไปคือเก็บเงินซื้อลำโพงมาต่อ แต่ทีวีรุ่นนี้ แม้จะเก่า ลำโพงของตัวทีวีเองก็ให้เสียงชัดแจ๋ว
#17
Posted 13 April 2012 - 01:12 PM
ก็เพราะ vivo legacy เป็นเครื่องสัญชาติไทย ก็ต้องมีเมนูภาษาไทยให้ใช้งานกันอยู่แล้ว หน้าตาเมนูก็เน้นความเรียบหรู ดูสง่างาม (ฮ่าๆ ว่าเข้านั่น)

ชอบเจ้าLegacy ตรงที่มีลูกเล่นตรงปุ่มสีเขียวที่รีโมทคือปุ่มเปลี่ยนมุมมอง สลับไปมาระหว่าง 4 แบบนี้ ก็สามารถทำได้ง่ายๆ ในปุ่มเดียว
ยกตัวอย่างภาพมาให้ดูกันค่ะ เน้นเรื่องการโชว์ปกล้วนๆ รุ่นนี้มีมาให้เลือกกันอย่างจุใจ ถึง 4 แบบด้วยกัน
แบบที่ 1 รายการภาพปกใหญ่ List View with Side Poster

แบบที่ 2 รายการเล็ก คือ List View แบบตัวหนังสือล้วนๆ

แบบที่ 3 โชว์โปสเตอร์ แสดงผลแบบแถวเดียวยาวๆ

แบบที่ 4 แสดงผลปกหนังเป็น 2 แถว พระเอกของงานนี้เลยค่ะ เลิศมาก
#20
Posted 14 April 2012 - 11:24 AM
พร้อมกับมีปุ่มเปิด/ปิดการทำงานขนาดใหญ่

ส่วนด้านหลังจะมีช่องสัญญาณ eSATA พระเอกของงานโหลดบิท กับช่อง USB 3.0 แบบ mini

ประโยชน์การใช้งานหลักๆ ของ Docking รุ่นนี้จริงๆ น่าจะอยู่ตรงที่ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลผ่านช่อง USB 3.0 กับคอมพิวเตอร์เป็นหลักมากกว่า เพราะเครื่อง HD-Player ในตลาดบ้านเราตอนนี้ ยังไม่มีเครื่องไหนที่รองรับการใช้งานร่วมกับ Docking ผ่านช่องเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 อยู่ดี (เท่าที่มีช่อง USB 3.0 มาให้อยู่ตอนนี้ จะเป็นแบบ Slave สำหรับนำเครื่อง HD-Player ไปเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ แล้วโอนถ่ายข้อมูลระหว่าง Harddisk ที่ติดตั้งไว้ภายในเครื่องด้วยความเร็วแบบ USB 3.0 เท่านั้น) และในความเป็นจริงแล้ว ความเร็วในการเชื่อมต่อแบบ USB 2.0 หรือ eSATA เองก็มีความเพียงพอต่อการใช้งาน Harddisk Docking รุ่นกับ HD-Player ทุกรุ่นได้ดีอยู่แล้ว สินค้าชิ้นนี้จึงน่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการใช้งาน Docking ในการโอนถ่ายข้อมูลร่วมกับคอมพิวเตอร์ที่มีช่อง USB 3.0 (และไม่มีช่อง eSATA ติดตั้งมาให้ด้วย อย่างเครื่อง Notebook หรือไม่สะดวกใช้งานผ่านช่อง eSATA ครับ) ก็จะได้ความเร็วในการส่งข้อมูลที่สูงขึ้น และเสถียรขึ้นกว่า USB 2.0 เดิมอยู่หลายเท่าตัวเลย
ขอบคุณข้อมูลจาก มิตร HD ค่ะ http://www.mythpcthai.com/wp/?p=420















